จำนวนผู้เยี่ยมชม

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

งานประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้

โมบายจากวัสดุธรรมชาติ

กระดาษลูกฟูก



        สิ่งที่ต้องเตรียม



           1. กระดาษแข็งหลากสี
           2. กระดาษลูกฟูกจากกล่องสีน้ำตาล
           3. กระดาษขาว
           4. ดินสอ
           5. กรรไกร  มีดคัตเตอร์
           6. เชือกสีฟอกขาว
           7. กาว
           8. ที่เจาะกระดาษ
           9. เข็มเย็บ ( ขนาด 5 นิ้ว)
           10. ของตกแต่งอื่นๆตามชอบ

       วิธีทำ

        1. นำกระดาษจากกล่องสีน้ำตาลที่ไม่ใช้แล้วมาลอกให้เห็นเป็นกระดาษลูกฟูก

                                              

          2. นำกระดาษลูกฟูกกลับอีกด้าน หาแบบรูปที่ชอบมาร่างด้วยดินสอ

                                     

           3. นำมีดคัตเตอร์มาตัดตามแบบที่ร่างไว้

                                     

                4. ตัดออกมาแล้วจะเป็นรูปดังภาพนี้ค่ะ
 
                                     

                      5. นำเชือกสีฟอกขาวตัดให้ได้ความยาวสำหรับจะนำมาร้อยเข้ากับเข็มผูกให้เป็นปม

                                     

                     6. นำเข็มมาเจาะรูให้เป็นลายเส้นใบไม้

                                     

                       7. นำเข็มมาร้อยตามรู

                                     

                    8. เรียบร้อยเสร็จแล้วค่ะ

                                     

                    9. นำกระดาษสีใช้ไม้บรรทัดวัดขนาด (ในที่นี้กว้าง 7 cm. x ยาว 13 cm.)

                                     

                  10. ใช้มีดคัตเตอร์ตัดตามรอยที่วัดขนาดของกระดาษ

                                     

                11. นำแบบกระดาษลูกฟูกที่ทำไว้แล้วมาลองวางตรงกลางกระดาษสีที่ตัดแล้ว

                                     

                    12. ทากาวด้านหลังแบบ

     

                    13. นำวางให้ได้กึ่งกลางกระดาษสี

                                       

                   14. เจาะรูตรงกลางกระดาษสี

                                       

                     15. นำเชือกมาตัดให้ได้ความยาวพอเหมาะผูกให้เป็นปม
 
                                                 

                   17. นำเชือกมาร้อยใส่ในรูกระดาษ
            
                                       

                      18. ผูกให้ได้ตามภาพก็เสร็จแล้วค่ะ

                                       

                                                

                   ข้อแนะนำ
               ในที่นี้เราก็หากระดาษลูกฟูกได้ง่ายๆจากกล่องกระดาษสีน้ำตาลธรรมดาๆนี่แหละค่ะ เอามาลอกกระดาษสีน้ำตาลออก ก็จะได้กระดาษลูกฟูกค่ะ

ที่มา อาชีพดอทคอม
      

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทย

กิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมไทย

ความเป็นมา วันสิ่งแวดล้อมไทย
        จากปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม ตลอดจนปัญหาภาวะมลพิษที่รุนแรง จนถึงขั้นที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าถวายพระพร เนื่องในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 4 ธันวาคม 2532 ณ ศาลาดุสิดาลัยพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน มีใจความเกี่ยวกับสถานการณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เกิดกับโลกและในประเทศ และได้ตรัสเตือนให้พสกนิกร ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา สิ่งแวดล้อม อย่างจริงจัง ด้วยความสุขุมรอบคอบ โดยให้ถือเป็นว
หน้าที่ของทุกคนที่จะต้องปฏิบัติ มิใช่เพียงเพื่อ ประเทศไทยเท่านั้น หากเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของโลกด้วย

        จากพระราชดำรัสดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มของการ เคลื่อนไหวในการดำเนินงาน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานของรัฐ และเอกชน ในการสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์ทางสังคม เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาสิ่งแวดล้อม ในส่วนของภาครัฐได้ให้ความสำคัญในเรื่องของสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับแรก โดยได้ดำเนินการจัดกิจกรรมและรณรงค์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันอย่างจริงจัง สำหรับภาคเอกชนได้เริ่ม ให้ความสำคัญ เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยมีการคำนึงถึงเรื่องผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนกระบวนการผลิตต่าง ๆ โดยมีการริเริ่มโครงการอนุรักษ์ และพัฒนาทางด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประโยชน์ต่อชุมชน และสังคมส่วนรวม ของประเทศตลอดจนได้มี การจัดตั้งองค์กรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นในรูปของมูลนิธิ ชมรม สมาคม เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินงานการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อันแสดงให้เห็นถึงการรวมพลัง ของประเทศเพื่อร่วมกันพิทักษ์รักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศ

        ดังนั้น คณะรัฐมนตรี ได้ประชุมปรึกษาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2534 มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการให้ความร่วมมือ ในการดำเนินการด้วย 

       วันที่ 4  ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งในปีนี้ได้มีการจัดงานขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม โดยในปี 2547 นี้ได้ มีการใช้ชื่อโครงการว่า “เขียวสดใส...เมืองไทยสะอาด” โดยมีการจัดโครงการต่างๆมากมาย ซึ่งในโครงการก็มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยงานทั้งหมดจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม       โครงการจัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้กับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญและในปีนี้ได้มีการเน้นความสำคัญในเรื่อง “Climate Change” หรืออีกนัยหนึ่งคือ ภาวะโลกร้อน หรือปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งมีหลักก็คือ โลกได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ในรูปของพลังงานแสง พลังงานบางส่วนก็จะสะท้อนกลับออกไปนอกโลกในสภาพของพลังงานความร้อน และพลังงานความร้อนนี้จะถูกก๊าชเรือนกระจก ซึ่งมีอยู่ในบรรยากาศตามธรรมชาติในปริมาณที่ไม่มากนัก ดูดกลืนเอาไว้บางส่วน พลังงานความร้อนที่ก๊าชเรือนกระจกดูดกลืนเอาไว้จะทำให้โลกมีความอบอุ่น และทำให้สิ่งชีวิตอาศัยอยู่ในโลกนี้ได้เป็นหลักสำคัญของการจัดงานในปีนี้ โดยเรื่อง “Climate Change” โดยปัญหาเหล่านี้เกิดจากมนุษย์แทบทั้งสิ้น โดนมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป ส่งผลให้เกิดสภาพดังกล่าวขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงขึ้นด้วย ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหานั้นคือการลดการใช้ก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงและลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารโดย Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) 1990 และ The United Nations Framwork Convention on Climate Change (UNFCC) 1996 ได้ทำนายผลที่คาดว่าจะเกิดตามมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสาร CFC ดังนี้ ว่า
      *อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 องศาเซลเซียส ภายในปี พ.ศ.2643 หรือการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในระดับปานกลางโดยอยู่ในช่วงระหว่าง 1.5 - 3.5 องศาเซลเซียส
      *การเปลี่ยนอุณหภูมิในระดับภูมิภาคจะแตกต่างไปจากค่าเฉลี่ยนของโลกมาก แต่ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างแน่นอนว่าแตกต่างอย่างไง
      *ระดับน้ำทะเล คาดหมายว่าจะสูงขึ้นประมาณ 15 - 95 เซนติเมตร โดยค่าประมาณปานกลางที่ 50 เซนติเมตร ภายในปี พ.ศ. 2643 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าภูมิอากาศและอุณหภูมิโลกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกก็ตาม
      *ผลต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิโลกและปริมาณน้ำฝน คือ คาดว่าป่าไม้บางส่วน (ประมาณ 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 7 ของโลก) จะมีการเปลี่ยนแปลงของพรรณไม้ที่สำคัญส่งผลให้มีสภาพที่ต่างจากเดิมไป
      *ประเทศที่กำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพของภูมิอากาศมากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งนี้เนื่องมาจากมีข้อจำกัดในการปรับสภาพให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงนี้โดยปัญหาเหล่านี้กำลังจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในงานของวันสิ่งแวดล้อมไทยนี้เองได้มีการจัดประกวดโครงการ การประกวดนักประชาสัมพันธ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ ระดับอุดมศึกษาขึ้น เพื่อให้เยาวชนในระดับอุดมศึกษาเกิดความคิดจัดการกับเรื่อง “Climate Change” หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อนำไปใช้เป็นโครงการในอนาคต



14 กลเม็ดง่ายๆ กู้วิกฤติโลกร้อน กลเม็ดง่ายๆ และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถช่วยกู้วิกฤติโลกร้อนได้ง่ายๆ

ไอเดียแคนดูแรกในการพิทักษ์โลกให้รอดพ้นจากภาวะโลกร้อนคือ 
วันสิ่งแวดล้อมโลก1. เปลี่ยนอาหารให้เป็นเชื้อเพลิง ในระยะหลายปีมานี้ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทุ่มเทเวลาอย่างจริงจังให้กับการคิดค้น หาวิธีผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากพืชพันธุ์ธรรมชาติ ไล่ตั้งแต่ ข้าวโพด, ถั่วเหลือง, น้ำมันหุงต้ม ไปจนถึงเศษขยะ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนพลังงานจากน้ำมัน ซึ่งนับวันมีแต่จะร่อยหรอลงเรื่อยๆ!! เห็นได้ชัดจากความเคลื่อนไหวของกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา ที่เพิ่มงบประมาณเป็นสองเท่า สำหรับการทำวิจัยคิดค้นเชื้อเพลิงชีวภาพโดยเฉพาะ และดูเหมือนว่าเชื้อเพลิงที่ผลิตจากข้าวโพดเป็นก๊าซอีธานอลจะมาแรงแซงทางโค้ง กว่าใครเพื่อน เพราะ ทั้งเซฟเงินในกระเป๋า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

2. เปลี่ยนหลอดไฟใหม่เป็นแบบประหยัด คือวิธีเซฟค่าไฟในบ้านที่ฮิตฮอตที่สุดของที่สุด แม้รูปร่างหน้าตาของหลอดไฟซีเอฟแอล ที่เรียกกันติดปากในบ้านเราว่า หลอดไฟตะเกียบ ออกจะแปลกตาสักหน่อย แต่ประสิทธิภาพไฮโซมาก!! เพราะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดไฟธรรมดาๆถึง 3-5 เท่า แถมยังมีอายุการใช้งานนานกว่าหลายเท่าตัว ปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมายหลายขนาด ทั้งหลอดไฟขนาด 26 วัตต์, 40 วัตต์ ไปจนถึง 100 วัตต์

3. จัดระเบียบการซักผ้าใหม่ ผลการศึกษาล่าสุดของสถาบันอุตสาหกรรมการผลิต มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ค้นพบว่าขั้นตอนการซักผ้าและอบผ้าให้แห้ง กินพลังงานถึง 60% ของการผลิตเสื้อผ้าทั้งหมด และเสื้อยืดธรรมดาๆตัวหนึ่ง ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 4 กิโลกรัม!! คงไม่ถึงกับขอร้องคุณๆให้หยุดการซักผ้ารีดผ้าหรอกนะคะ!! แต่ถ้าอยากช่วยพิทักษ์โลกสีเขียวก็สามารถทำได้ง่ายๆด้วยการจัดระเบียบการซักผ้ารีดผ้าใหม่ เช่น เปลี่ยนจากการซักผ้าด้วยน้ำอุ่นเป็นน้ำเย็น หรือไม่ก็รวบรวมเสื้อผ้าให้ได้กองโตพอสมควรก่อน ค่อยนำไปซักทีเดียว อย่างบ้านเรา แดดเปรี้ยงแรงดีอยู่แล้ว แค่นำเสื้อผ้าตากแดดตากลมให้แห้งตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอบผ้าให้กินไฟและทำลายสิ่งแวดล้อม

4. จัดบ้านใหม่ให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ เชื่อหรือ ไม่คะว่า 16% ของพลังงานที่ใช้ภายในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เป็นตัวการก่อให้เกิดการแพร่กระจายก๊าซกรีนเฮาส์ในอเมริกา ฉะนั้น ลองหาเวลาว่างจัดบ้านใหม่ให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติ และทิศทางลม แทนที่จะพึ่งเทคโนโลยีไฮเทคตลอดเวลา เพราะการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายโลว์เทคๆช่วยเซฟพลังงานในบ้านได้ถึง 40%

5. ใส่เสื้อผ้ามือสองพิทักษ์โลก ในนิตยสารไทม์ฉบับล่าสุด ระบุไว้ว่า เสื้อผ้ามือสองเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเสื้อผ้าใหม่ เพราะการซื้อเสื้อผ้ามือสองช่วยหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลือง จากการผลิต และขนส่ง อันเป็นสาเหตุให้เกิดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ยิ่งยุคนี้วินเทจ ลุคเป็นที่นิยมอยู่ด้วย ช่วยกันคนละนิดนะคะ ทั้งอินเทรนด์ แถมยังลดวิกฤติโลกร้อน!!

อีกหนึ่งวิธีเซฟ เดอะ เวิลด์ที่เวิร์กมากๆ เห็นจะเป็น 6. การจัด สรรให้พนักงานทำงานใกล้บ้านที่สุด ฟาสต์ฟู้ดใหญ่ๆทั่ว อเมริกานำวิธีนี้มาใช้อย่างได้ผล!! เพราะแทนที่หนุ่มสาวคนทำงานจะสูญเสียพลังงานจากการขับรถไกลๆมาทำงานในแต่ละวัน ทำไมเราไม่หาสาขาที่ทำงานใกล้บ้านให้แมตช์กับพนักงานละคะ!! หรือถ้าฟังดูยุ่งยากเกินไปก็อาจตั้งเป้าหมายไปเลยว่า ต่อไปนี้ฉันจะหางานทำเฉพาะทำเลที่อยู่ใกล้บ้านเท่านั้น!!

ถ้าคุณเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวจริงละก็ ทิ้งบ้านหลังใหญ่ แถบชานเมือง ย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงด่วนจี๋!! เพราะเมืองใหญ่ๆอย่างแมนฮัตตัน, โตเกียว หรือลอนดอน ถือเป็นโซนของพลเมืองโลกหัวใจสีเขียวขนานแท้!! ชาวกรุงน้อยคนนักจะขับรถไปทำงาน ส่วนใหญ่นิยมเดิน, ขี่จักรยาน หรือไม่ก็ใช้บริการขนส่งมวลชน ซึ่งรวดเร็วและเปี่ยมประสิทธิภาพมากกว่า!!

7. จ่ายบิลค่าใช้จ่ายทางอินเตอร์เน็ต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ หันมาจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ามือถือ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผ่านทางอินเตอร์เน็ต จะช่วยกู้วิกฤติโลกร้อนได้ อย่างมโหฬาร!! อย่างน้อยๆก็ช่วยลดการใช้กระดาษ ซึ่งนำไปสู่การตัดไม้ ทำลายป่า แถมยังช่วยลดความสิ้นเปลืองพลังงานจากการขนส่งกระดาษทั้งทางเครื่องบิน และรถบรรทุก รู้ไหมคะว่าวิธีนี้นอกจากจะประหยัดเวลาและเงินในกระเป๋าของคุณเห็นๆแล้ว ยังช่วยลดปริมาณขยะลงถึงปีละ 1,450 ล้านตัน และจำกัดการแพร่กระจายของก๊าซกรีนเฮาส์ ปีละ 1.9 ล้านตัน

8. เปิดหน้าต่างรับลมแทนการเปิดแอร์ วิธีนี้ง่ายและคนไทยคุ้นเคยกันดี ผลการศึกษาของอเมริกาบ่งชี้ว่า 22.7 ตัน ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศมาจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ลองลดการใช้พลังงานและทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยการเปิดหน้าต่างภายในบ้านเพื่อรับลม แทนที่จะเปิดแอร์ทั้งวันทั้งคืน เพราะลมธรรมชาติจากภายนอกจะทำให้อากาศภายในบ้านเย็นสบายขึ้นในช่วงฤดูร้อน และอุ่นขึ้นในช่วงฤดูหนาว

9. ปิดคอมพิวเตอร์ทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ เรื่องนี้ควรรณรงค์ อย่างจริงจังในทุกออฟฟิศ เพราะการเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ ไม่เพียงแต่จะเปลืองไฟ แต่ยังก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากจะปิดทิ้งหลังใช้ เสร็จทุกครั้งแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการประหยัดพลังงานยังแนะนำว่า การปิดคอมพิวเตอร์, โทรทัศน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ โดยใช้ปุ่มสแตนด์บาย พาวเวอร์ กินไฟในบ้านแบบไม่รู้ตัวถึง 75%...ปุ่ม off เท่านั้นที่เราต้องการ!!

10. ปิดไฟทุกครั้งที่เสร็จงาน ไม่เฉพาะแต่ช่วงพักกลางวัน หรือหลังเลิกงานที่ควรรณรงค์เรื่องการปิดไฟในออฟฟิศ แต่บางออฟฟิศในเมืองใหญ่ๆยังขอความร่วมมือจากพนักงานให้ปิดไฟทุกครั้งที่ทำงานเสร็จ แม้บรรยากาศในออฟฟิศอาจดูมืดๆทึมๆไปบ้าง แต่ก็ช่วยเซฟพลังงานได้อีกหลายเท่าตัว เรื่องประหยัดไฟต้องยกให้ “สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ” ทรงเป็นต้นแบบของโลก!!

วันสิ่งแวดล้อมโลก11. ทายสิคะว่า ระหว่างการขับรถ BMW กับการกินเบอร์เกอร์บิ๊กแมค อะไรก่อให้ เกิดภาวะโลกร้อนหนักกว่ากัน!! คำตอบก็คือบิ๊กแมคค่ะ!! จากรายงานของนิตยสารไทม์ ระบุว่า อุตสาหกรรมผลิตเนื้อทั่วโลกก่อให้เกิดการแพร่กระจายก๊าซกรีนเฮาส์ ในชั้นบรรยากาศมากถึง 18%

12.เลิกบริโภคเนื้อสเต็ก เถอะนะคะ เพื่อให้ลูกหลานมีอากาศดีๆ ไว้หายใจในอนาคต!!

13. ปฏิเสธถุงพลาสติกลูกเดียว!! ใน แต่ละปีมีถุงพลาสติกถูกผลิตออกสู่ตลาดมากกว่า 50,000 ล้านถุง และมีเพียง 3% ของถุงพลาสติกที่นำไปรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง โดยถุงพลาสติกแต่ละใบต้องใช้เวลาถึงพันปีกว่าจะย่อยสลายหมดไปจากโลก!! ทางที่ดีช่วยกันรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกจะดีกว่า แล้วหันมาพกถุงผ้าส่วนตัวไปช็อปปิ้งตามซุปเปอร์มาร์เกตแทน!!

14. ปลดเนกไท-ถอดสูททิ้ง บริษัทใหญ่ๆในญี่ปุ่นเป็นผู้ริเริ่มการประหยัดพลังงานแนวใหม่ ด้วยการไฟเขียวอนุญาตให้พนักงานใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดาๆ โดยไม่ต้องสวมสูทและผูกเนกไทมาทำงานในช่วงฤดูร้อนตับแตก เพื่อประหยัดค่าแอร์!! ปรากฏว่าได้ผลมาก เพราะฤดูร้อนที่ผ่านมา พี่ยุ่นสามารถลดการแพร่กระจายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้มากถึง 71,700 ตัน






 


dsc06990 


dsc06995   


dsc06999


แหล่งอ้างอิง
- 4 ธันวาคม วันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมคิด ร่วมทำ เพื่ออนาคตสิ่งแวดล้อมไทย. มติชน. : ( 4 ธ.ค. 43) หน้า 16
- http://www.deqp.go.th/king/index.html
- ปิยะนาถ กลิ่นภักดี.วันสิ่งแวดล้อมไทย. (http://www.tlcthai.com/webboard/view_topic.php?table_id=1&cate_id=109&post_id=37651)

    

นักสืบสิ่งแวดล้อม

นัก-สืบ-สิ่ง-แวด-ล้อม เหรอ  มันคืออะไรนะ ?

ภาพประกอบนักสืบสิ่งแวดล้อม

         
                ใครๆ ก็เคยได้ยินแต่ “นักสืบ” – ผู้ชำนาญในการสืบสวนหาข่าว คอยหาเบาะแสต่างๆ เก็บข้อมูล  ถ่ายรูป และอื่นๆ เพื่อรวบรวม ประมวลเป็นเรื่องราวหรือลำดับเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้น แต่ไม่ค่อยมีใครรู้หรือเข้าใจกระจ่าง
“นักสืบสิ่งแวดล้อม” ก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน แต่เป็นการเสาะหาเบาะแสตามแม่น้ำลำธาร ชายหาด หรือกระทั่งตามต้นไม้ เพื่อ “อ่าน” สภาพความเป็นไปของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าน้ำ หาด อากาศ ฯลฯ รอบตัวของเรายังมีคุณภาพดีหรือแย่มากน้อยขนาดไหน
ที่จริง คนรุ่นก่อนๆ ก็อ่านธรรมชาติได้  เพียงแค่ดูปลาที่ลอยตัวที่ผิวน้ำว่าเป็นชนิดใด ก็ประเมินได้ว่าน้ำกำลังสะอาดหรือเริ่มเน่าเสีย  แต่พอเวลาผ่านไป ความรู้เรื่องธรรมชาติก็ค่อยๆ เลือนหายไป จนเหลือน้อยคนนักที่จะเข้าใจเรื่องเหล่านั้น
มูลนิธิโลกสีเขียวได้เริ่มคิดอ่านทำกระบวนการ “นักสืบสิ่งแวดล้อม” มากว่า 10 ปีแล้ว ด้วยความตั้งใจจะให้คนธรรมดาทั่วไปสามารถ “อ่านธรรมชาติ” เองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาความรู้วิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนหรืออุปกรณ์ราคาแพง แต่อาศัยการสำรวจสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้วยกันเป็นสังคมในสภาพธรรมชาตินั้นๆ เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้จักดูแลและเฝ้าระวังสิ่งแวดลัอมและธรรมชาติในละแวกบ้าน ชุมชน หรือท้องถิ่นด้วยตัวเองจริงๆ 
ภาพประกอบนักสืบสิ่งแวดล้อม
กระบวนการ “นักสืบสายน้ำ” อ่านสุขภาพสายน้ำลำธารว่าสะอาดมาก-น้อย จากสังคม “สัตว์เล็กน้ำจืด” หรือตัวอ่อนแมลงที่อาศัยอยู่ตามก้อนหิน พื้นทราย และระบบนิเวศต่างๆ ในท้องน้ำ
กระบวนการ “นักสืบชายหาด” สำรวจสุขภาพชายหาดว่าดีหรือย่ำแย่ จากความหลากหลายของสัตว์และพืชที่อาศัยอยู่ตามชายหาด ไม่ว่าจะเป็นหาดเลน หาดทราย หรือหาดหิน
กระบวนการ “นักสืบสายลม” รู้ว่าคุณภาพอากาศรอบตัวเราดีหรือมีมลพิษ จาก “ไลเคน” สิ่งมีชีวิตสุดพิเศษที่เกิดจากการพึ่งพากันของรากับสาหร่าย เกาะอยู่ได้ในทุกหนแห่งเกือบทั่วโลก ตั้งแต่เปลือกไม้ หิน กระทั่งยางรถยนต์ที่ถูกทิ้งไว้
ตัวอ่อนแมลง สัตว์และพืชชายหาด และไลเคน เป็นตัวอย่างของ “ตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ” ที่ทำให้เราอ่านสุขภาพของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออก เหมือนอย่างที่เราอ่านหนังสือออกเพราะรู้จัก ก ข ก. กา และไวยากรณ์ของมัน  ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ต่างก็ทำได้เหมือนๆ กัน
ที่จริง เราทุกคนมีสิทธิ์จะรู้ว่าคุณภาพของสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราดีหรือย่ำแย่ขนาดไหน เพราะธรรมชาติทุกอย่างล้วนสัมพันธ์กับสุขภาพของเรา  จะดีหรือไม่ดีอย่างไร เราจะได้ดูแลรักษา หรือลงมือแก้ไขได้ทันท่วงที  และถ้าชักชวนคนในชุมชนให้มาช่วยกันได้ ก็ยิ่งดีใหญ่
เพราะที่ไหนที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ พืชสัตว์อยู่กันหลากหลาย คนเราก็อยู่สบายด้วยเหมือนกัน
ภาพประกอบนักสืบสายน้ำ

Thousands have lived without loved; Not one without water. – W. H. Auden
คนเราอยู่กันมานัก แม้ขาดรัก ไม่มีใครสักคนอยู่ได้หากขาดน้ำ – ดับเบิลยู เอช ออเดน กวีชาวอังกฤษ
น้ำสำคัญต่อทุกชีวิตบนโลกขนาดนี้ แต่เรากลับไม่ให้ความสำคัญต่อน้ำและสายน้ำอย่างไม่น่าเชื่อ ต้นน้ำหลายแห่งแห้งเหือดเพราะป่าถูกทำลาย แม่น้ำลำธารหลายสายกำลังเน่าเสียเพราะมลพิษ และมีอีกมากมายที่ถูกมนุษย์ปรับแต่งให้ตรง ดาดซีเมนต์ริมฝั่ง สร้างเขื่อนกันน้ำ หรือผันน้ำไปยังลำน้ำอีกสายหนึ่ง จนเป็นเหตุให้ระบบนิเวศเสียหายและพังทลายในที่สุด
แม่น้ำลำธารไม่ใช่แค่ทางให้น้ำไหลไป แต่เป็นทั้งที่อยู่อาศัยของพืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตมากมายหลากหลาย ทั้งยังเป็นเส้นทางให้สารอาหารไหลจากแผ่นดินไปหล่อเลี้ยงชีวิตชายฝั่งและในทะเล ราวกับเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงร่างกาย คำว่า “แม่น้ำลำธารเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงแผ่นดิน” จึงไม่ใช่คำที่พูดให้ฟังดูเก๋เท่านั้น พิจารณาดูดีๆ จะพบว่ามันเป็นความจริงทีเดียว
ถ้าเส้นเลือดสุขภาพดี ร่างกายของเราย่อมสบายดี
ถ้าแม่น้ำลำธารสุขภาพดี ชีวิตต่างๆ ทั้งพืช สัตว์ รวมทั้งมนุษย์ ก็แข็งแรงสุขภาพดีไปด้วย
ราวปี 2539-2546 มูลนิธิโลกสีเขียวริเริ่มทำ "โครงการนักสืบสายน้ำ" ชักชวนให้เด็กและผู้ใหญ่สามารถ "อ่านสุขภาพ" สายน้ำลำธารจากสังคม "สัตว์เล็กน้ำจืด" หรือตัวอ่อนแมลงน้ำที่อาศัยอยู่ตามก้อนหินพื้นทรายใต้ท้องน้ำ ซึ่งใช้เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำด้วยวิธีทางชีวภาพได้ โดยประเมินร่วมกับลักษณะทางกายภาพอื่นๆ ของสายน้ำ เช่น พงพืชริมฝั่ง ลักษณะความคดเคี้ยว สี อุณหภูมิและความเร็วของน้ำ สังคมสัตว์ริมฝั่ง เป็นต้น
ในช่วงเวลาดังกล่าว โครงการนักสืบสายน้ำได้จัดอบรมกระบวนการนักสืบสายน้ำให้กับนักเรียนและครูในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน จำนวน 51 โรงเรียน โดยครูและนักเรียนร่วมกับโครงการฯ ได้ช่วยกันออกสำรวจคุณภาพสายน้ำของแม่น้ำปิงและสาขา และนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะในปี พ.ศ. 2544
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังจัดทำ "ชุดคู่มือนักสืบสายน้ำ" และ "ชุดนักสืบสายน้ำน้อย" เพื่อเป็นคู่มือสำรวจและประเมินคุณภาพน้ำอย่างง่าย มีประสิทธิภาพ และราคาถูก เน้นให้ผู้ใช้คิดวางแผนสำรวจและทำกิจกรรมเองได้
  
แม้โครงการจะสิ้นสุดไปแล้ว แต่นักสืบสายน้ำยังคงเป็นกิจกรรมที่แพร่หลายไปทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะเป็นกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาที่ครูสามารถบูรณาการสู่การเรียนการสอนได้แทบทุกวิชา และยังเป็นกระบวนการสำรวจประเมินคุณภาพน้ำร่วมกับวิธีการทางเคมีได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบัน มีเด็กและผู้ใหญ่มากมายผ่านกระบวนการนักสืบสายน้ำ เรียนรู้จักความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์เล็กน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในลำน้ำ ได้เฝ้าระวังและตรวจคุณภาพน้ำ ดูแลสายน้ำในท้องถิ่น ตลอดจนถ่ายทอดกระบวนการนักสืบสายน้ำสู่เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดมาเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว
        กิจกรรมนักสืบสายน้ำ กิจกรรมนักสืบสายน้ำ กิจกรรมนักสืบสายน้ำ
ภาพประกอบนักสืบสายลม

ใครๆ ก็รู้ว่าอากาศสำคัญกับชีวิตเราขนาดไหน เราอาจอดอาหารได้นาน 3 เดือน หรืออดน้ำได้ 3 วัน แต่ถ้าเราขาดอากาศเกิน 3 นาที เราตายแน่
อากาศผ่านเข้าออกร่างกายเราตลอดเวลา ทุกลมหายใจ แต่ในเมืองใหญ่มีคนมากมายอย่างกรุงเทพมหานคร อากาศดีๆ ไม่ค่อยมีให้สูด
อากาศกทม. ปนเปื้อนด้วยมลพิษต่างๆ ทั้งจากท่อไอเสียรถยนต์ จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรม ฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง การเผาขยะ รวมทั้งสารเคมีการเกษตรในบางพื้น ออกจากบ้านไปไหนๆ ไม่นาน ผมเราก็เหม็นสกปรก ผิวหนังคันยิบๆ ขี้มูกดำปี๋ และเหม็นควันจนแทบเป็นลม ทั้งหมดเป็นสัญญาณหยาบๆ ที่มนุษย์อย่างเรารู้สึกได้เมื่อคุณภาพอากาศแย่สุดทน
แต่ที่จริง เรามีทางรู้ถึงคุณภาพอากาศได้ละเอียดกว่านั้นด้วยการสังเกตสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “ไลเคน” ดูเผินๆ ไลเคนเหมือนเป็นรอยด่างดวงหรือโรคที่มักขึ้นอยู่ตามเปลือกไม้ ถ้าดูดีๆ ไลเคนคือสิ่งมีชีวิตกึ่งรากึ่งสาหร่าย ไลเคนบอบบางเพราะรับมลพิษได้ง่าย ไม่เหมือนพืชหรือต้นไม้ที่มีสารคล้ายขี้ผึ้งเคลือบที่ใบ
ดังนั้น ที่ใดมีมลพิษมาก อาจเหลือไลเคนไม่มาก หรือหนักจนเข้าขั้นไม่มีไลเคนปรากฏอยู่เลย ที่ใดมลพิษน้อย อากาศดี ไลเคนก็อยู่กันหนาแน่น หลายหลายชนิด โดยเฉพาะชนิดที่ชอบอากาศสะอาด
พูดได้ว่า “ไลเคน” เป็นตัวบ่งชี้มีชีวิตที่บอกถึงคุณภาพอากาศได้ ถ้า “อ่าน” เป็น หลายประเทศทั่วโลกใช้ไลเคนเป็นเครื่องมือทางชีวภาพในการตรวจคุณภาพอากาศควบคู่ไปกับการใช้เครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ
“โครงการนักสืบสายลม” ของมูลนิธิโลกสีเขียวจึงเกิดขึ้นจากหลักการดังกล่าวตั้งแต่ปี 2551 โดยได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากหน่วยวิจัยไลเคน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ The British Lichen Society & Natural History Museum of London ที่ผ่านมาโครงการฯ ได้จัดอบรมอาสาสมัคร นักเรียนและคุณครูจากโรงเรียน 51 โรงเรียน รวมทั้งผู้สนใจจากหน่วยงานและกลุ่มต่างๆ รวมทั้งสิ้นเกือบ 400 คน ซึ่งกระจายกำลังกันออกสำรวจคุณภาพอากาศในเขตพื้นที่สีเขียวสาธารณะ เช่น วัด สวนสาธารณะ ทั่วกทม. 214 แห่ง นำมาวิเคราะห์และสรุงจนได้แผนที่คุณภาพอากาศจากการสำรวจไลเคน “ฉบับประชาชน” ขึ้นเป็นครั้งแรก
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังจัดทำ หนังสือ “นักสืบสายลม คู่มือสำรวจไลเคนกรุงเทพฯ ตรวจอากาศเมือง” ขึ้นเพื่อเป็นคู่มือประชาชนสำหรับจำแนก สำรวจ และใช้ประเมินคุณภาพอากาศได้ด้วยตนเองด้วย  
           "โลกใบจิ๋วบนเปลือกไม้" สำรวจหาไลเคนว่ามีชนิดไหนบ้าง  ลงข้อมูลเพื่อประเมินคุณภาพอากาศ
   
ภาพประกอบนักสืบชายหาด

ชายหาดที่ดีควรมีทรายขาวดูสะอาดตา...จริงไหม ?
หาดทรายเป็นพื้นที่คล้ายทะเลทรายจึงไม่ค่อยมีสัตว์อาศัยอยู่...เป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ?
คนทั่วไปมักคิดอย่างนั้น แต่ที่จริงแล้ว...ไม่ใช่สักหน่อย
เมื่อพูดถึงหาด คนมักคิดถึงแต่หาดทรายขาวทอดยาวสะอาดตา เหมาะแก่การพักผ่อนในวันหยุด แต่ความจริงหาดมีหลายแบบ หาดทราย หาดเลน หาดหิน ต่างมีศักดิ์ศรีนับเป็นหาดที่ดีได้เท่าเทียมกัน
ทุกวันนี้ หาดทรายมีค่าแค่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หาดเลนกลายเป็นที่เฉอะแฉะเปรอะเปื้อนไม่มีประโยชน์ คิดแต่ว่ามีไว้เพื่อพัฒนาเป็นเขตอุตสาหกรรม ส่วนแนวโขดหินชายฝั่งทะเล ดูเหมือนเป็นหินโสโครกที่เกะกะและอันตราย
ในความเป็นจริงที่ตามักมองไม่เห็น หาดแต่ละหาดมีชีวิตชีวามากกว่านั้น แต่ถ้าเราสังเกตดูดีๆ ไม่ว่าจะเป็นหาดทราย หาดหิน หรือหาดเลน ต่างเป็นบ้านและโรงอาหารของสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิด สัตว์ใหญ่น้อย กระทั่งพืชที่อาศัยอยู่ริมหาดต้องสุดยอดอดทน สัตว์บางตัวอยู่ในแนวน้ำขึ้นน้ำลง น้ำขึ้นตัวก็เปียก พอน้ำลดตัวแห้ง แถมต้องตากแดดไปทั้งวัน หลายชนิดที่ทนเปียกทนตากแห้งไม่ไหว ก็มักเลือกอาศัยตรงน้ำท่วมนาน ส่วนพืชต้องรับมือกับลมแรง ละอองเกลือ แดดจ้า มีน้ำจืดและแร่ธาตุน้อย เรียกว่าพืชที่ขึ้นชายหาดต้องเป็นสุดยอดนักปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมรุนแรง
ไม่ใช่แค่นั้น หาดยังมีซากที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยเป็นแนวยาว อาจเป็นซากพืช สัตว์ หรือขยะ ซึ่งบอกร่องรอยของหาดหรือทะเลแห่งนั้นได้ไม่น้อย
“นักสืบชายหาด” จึงเป็นผู้สำรวจปริศนาและความเป็นไปในหาดท้องถิ่น นักสืบชายหาดที่หมั่นเก็บข้อมูลและเฝ้าระวังหาดในท้องถิ่นยังสามารถบอกให้สังคมได้รู้ด้วยว่าควรจะจัดการและดูแลพื้นที่ชายหาดอย่างไร
ปี 2546-2549 มูลนิธิโลกสีเขียวเริ่มทำโครงการนักสืบชายหาดในพื้นที่ชายหาดจังหวัดระนอง โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้เชิงสืบค้นให้เยาวชนในจังหวัดระนอง ด้วยจุดประสงค์เบื้องต้นเให้เด็กๆ ในท้องถิ่นรู้จักความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนชายหาด รู้จักสร้างองค์ความรู้ในท้องถิ่นของตัวเอง เก็บข้อมูลความเป็นไป และดูแลเฝ้าระวังหาดได้ด้วยตนเอง
ในช่วงเวลาดังกล่าว มูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อเริ่มต้นเฝ้าระวัง “หาดเด็ด” ในท้องถิ่นร่วมกัน โดยมีนักเรียนและครูจากโรงเรียน 19 แห่งในพื้นที่ จ. ระนอง พังงา ภูเก็ต และตรัง รวม 4 จังหวัด อาสากันเป็นนักสืบชายหาดผู้บุกเบิกรุ่นแรก พร้อมด้วยผู้ใหญ่จากองค์กรท้องถิ่น ได้แก่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอุทยานแห่งชาติทางทะเล จ. ตรัง กลุ่มระบัดใบ ชมรมป่าสร้างฝัน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา และอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ. ระนอง ทั้งนี้ “หาดเด็ด” แต่ละแห่งมีลักษณะแตกต่างกันไปและมีข้อมูลจำเพาะของตนเองสำหรับเฝ้าระวังต่อไป
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังผลิตหนังสือคู่มือเพื่อการสำรวจสัตว์และพืชชายหาด (นักสืบชายหาด : คู่มือสัตว์และพืชชายหาด) และคู่มือสำหรับใช้ดำเนินกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษา (นักสืบชายหาด : คู่มือดำเนินกิจกรรม) ที่เด็กและผู้ใหญ่นำไปใช้เองได้ด้วย
              กิจกรรมนักสืบชายหาด กิจกรรมนักสืบชายหาด กิจกรรมนักสืบชายหาด



          ที่มา : มูลนิธิโลกสีเขียว

100 วิธี รักษาสิ่งแวดล้อม

100 วิธีดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

  1. ใช้ผ้าแทนกระดาษทิชชู
    เรา ใช้กระดาษทิชชูเช็ดมือ เช็ดหน้า ปีละหลายล้านฟุต ซึ่งหมายถึง การโค่นต้นไม้ลงจำนวนมหาศาล ช่วยกันลดการใช้กระดาษทิชชูด้วยการวางผ้ามือไว้ใกล้อ่างล้างมือ แล้วใช้ผ้าเช็ดโต๊ะแทนการใช้กระดาษทิชชูเช็ด
  2. ใช้ถุงพลาสติกซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
    ประหยัด ถุงพลาสติกได้โดยการใช้ซ้ำหลาย ๆ ครั้ง หากถุงพลาสติกสกปรก ก็ให้ทำความสะอาดแล้วแขวนไว้ให้แห้ง เพื่อส่งกลับเข้าโรงงานสำหรับผลิตใหม่
  3. แยกทิ้งเศษกระดาษจากขยะอื่น
    โปรด หลีกเลี่ยงการทิ้งเศษกระดาษลงในถังกับขยะอื่น ๆ เพราะจะทำให้กระดาษเปรอะเปื้อนไขมัน และเศษอาหารจะทำให้เศษกระดาษนั้นนำไปผลิตใหม่อีกไม่ได้
  4. กระดาษที่นำไปรีไซเคิลไม่ได้
    กระดาษ ที่ไม่สามารถนำไปเข้ากระบวนการผลิตใหม่เป็นกระดาษใช้ได้อีก ได้แก่ กระดาษที่เคลือบด้วยขี้ผึ้ง กระดาษที่เข้าเล่มด้วยกรรมวิธีการละลายโดยใช้ความร้อน เช่น สมุดโทรศัพท์ นิตยสารต่าง ๆ ตลอดจนกระดาษที่ถูกเปรอะเปื้อนด้วยการชนิดที่ไม่ละลายน้ำ
  5. หนังสือพิมพ์สามารถแก้ไขปัญหา ขยะกระดาษ
    แหล่ง สร้างขยะกระดาษที่สำคัญก็คือหนังสือพิมพ์ หน้าที่เป็นขยะกระดาษโดย ผู้อ่านไม่ได้อ่าน ก็คือหน้าโฆษณาธุรกิจ ซึ่งมีอยู่ฉบับละหลาย ๆ หน้า ซึ่งแม้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับหนังสือพิมพ์ แต่ ควรคำนึงว่า นั่นคือ การทำลายกระดาษสะอาด และสร้างขยะกระดาษให้เกิดขึ้นจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน
  6. เศษหญ้ามีประโยชน์
    เศษ หญ้าที่ถูกทิ้งอยู่บนสนามนั้น สามารถให้ประโยชน์ต่อสนามหญ้าได้มาก เพราะในเศษหญ้านั้น มีธาตุอาหาร ที่มีคุณค่าเทียบเท่ากับปุ๋ย ที่ใช้ใส่หญ้าทีเดียว
  7. วิธีตัดกิ่งไม้
    วิธี การตัดกิ่งก้านของต้นไม้ ไม้พุ่มใบไม้ ควรตัดให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย เพื่อช่วยลดเศษขยะให้กับสวนได้ และทั้งยังช่วยให้เกิดการเน่าเปื่อยขึ้นกับเศษใบไม้นั้นเร็วขึ้นด้วย
  8. ใช้เศษหญ้าคลุมไม้ใหญ่
    เศษ หญ้าที่ตัดจากสนามและสวนนั้น สามารถนำไปคลุมต้นไม้ใหญ่ได้ การใช้เศษหญ้าปกคลุมพืชในสวนจะช่วยในการกำจัดวัชพืชได้เพราะวัชพืช จะไม่สามารถแทงลำต้นผ่านเศษหญ้าได้ นอกจากนี้เมล็ดของวัชพืชที่ร่วงหล่นก็ไม่อาจหยั่งรากทะลุผ่านเศษใบไม้ได้ ด้วย
  9. ประโยชน์ของพลาสติกช่วยถนอมอาหาร
    พลาสติก ทุกชนิดหากถูกไฟไหม้ จะก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตราย ได้มีการรณรงค์ให้เลิกใช้พลาสติก แต่จริง ๆ แล้ว พลาสติกยังคงมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันโดยเฉพาะพลาสติก มีประโยชน์ในการถนอมอาหารให้สดอยู่ได้ เป็นเวลานาน ๆ
  10. พลาสติกรีไซเคิล
    ปัจจุบัน มีบริษัทกว่า 200 แห่ง ในอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกได้ทำการรีไซเคิลพลาสติก จำนวน 20% จากขวดเครื่องดื่ม พลาสติกที่ทำจาก Polyethylene Terephthalate หรือ PET จะถูกนำไปรีไซเคิล เป็นด้ามเครื่องจับไฟฟ้า กระเบื้องปูพื้น เส้นใยสังเคราะห์ในหมอน ถุงนอน หรือใช้บุเสื้อแจ็คเก็ต
  11. พลาสติกรีไซเคิล (2)
    ภาชนะ พลาสติกที่ใส่น้ำผลไม้และนมนั้นทำมาจากพลาสติกชนิด Polyethylene ที่มีความเข้มข้นมากเมื่อใช้แล้วได้ถูกนำมารีไซเคิลทำเป็นท่อพลาสติก กระถางต้นไม้ เก้าอี้พลาสติก
  12. วิธีเก็บขวดแก้วที่ใช้แล้ว
    ขวดแก้วทุกชนิดที่บรรจุของเมื่อใช้แล้วควรทำความสะอาด และแยกชนิดของแก้ว และแยกสีของแก้วด้วย
  13. วิธีเก็บกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว
    นำกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาบี้ให้แบนก่อนทิ้ง หรือขายแก่คนรับซื้อเศษโลหะ
  14. น้ำสะอาดมาจากน้ำใต้ดิน
    น้ำ สะอาดที่เราใช้ประโยชน์ดื่มกิน ส่วนใหญ่ มาจากน้ำใต้ดิน การทิ้งขยะบนพื้นผิวดินทำให้มีผลถึงน้ำใต้ดิน เพราะน้ำฝนจะชะความเป็นพิษและความโสโครกให้ซึมลงไปถึงชั้นน้ำใต้ดินทำให้น้ำ ใต้ดินเน่าเสียและเป็นพิษได้
  15. วิธีล้างรถยนต์
    ล้างรถยนต์ด้วย ฟองน้ำ และใช้ถังน้ำจะใช้น้ำเพียง 15 แกลลอน แต่ถ้าล้างด้วยสายยางจะต้องสูญเสียน้ำถึง 150 แกลลอน
  16. ดูแลรักษารถด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
    การ ดูแลรักษารถจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอได้แก่ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือและทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ควรเปลี่ยนไส้กรองด้วย
  17. รักษารถ ด้วยการเปลี่ยนไส้กรอง
    ไส้กรองอากาศที่สกปรก จะทำให้การไหลของอากาศที่สะอาดทำได้น้อยลง มีผลต่อการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ด้วย
  18. รักษารถ ช่วยลดมลพิษ
    การ ดูแลรักษารถจะทำให้รถสามารถวิ่งได้เพิ่มขึ้นอีก 10% ของจำนวนไมล์ ซึ่งเท่ากับสามารถลดราคาเชื้อเพลิงลงได้ถึง 10% เช่นกัน การลดการใช้เชื้อเพลิงลงก็เท่ากับเป็นการช่วยลดมลพิษทางอากาศให้กับโลกได้ ด้วย
  19. ยางรถยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมัน
    การเติมลมยางรถ ให้พอดีและขับรถตามข้อกำหนดความเร็ว จะช่วยในการประหยัดน้ำมันได้
  20. วิธีป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเครื่อง
    การ ป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเครื่องจากตัวถังรถยนต์ สามารถทำได้ด้วยการปิดสลักเกลียวในเครื่องยนต์ทุกตัวให้แน่น โดยเฉพาะในส่วนที่ซึ่งน้ำมันเครื่องรั่วไหลออกไปได้
    ช่วยป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันเพื่อลดมลพิษให้กับอากาศของเรา
  21. ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่
    ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อขับรถได้ทุก ๆ ระยะ 3,000-4,000 ไมล์ และควรเลือกใช้ไส้กรองที่ดีที่สุดด้วย
  22. การเพิ่มออกซิเจนในน้ำมัน
    วิธี การหนึ่งที่จะช่วยลดมลพิษให้กับรถยนต์ ก็คือ การเพิ่มส่วนผสมของออกซิเจนในน้ำมัน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้เป็นจำนวนมาก
  23. อันตรายจากก๊าซเรดอน
    ก๊าซ เรดอน เป็นก๊าซกัมมันตภาพรังสี มักพบแทรกอยู่ในดินและหิน มีคุณสมบัติที่สามารถซึมผ่านขึ้นมาบนผิวดิน และกระจายออกสู่อากาศได้โดยผ่านทางรอยร้าวและโพรงของคอนกรีตบล็อค ตามท่อ ก๊าซเรดอนเป็นก๊าซที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ
  24. พิษของก๊าซเรดอนต่อร่างกาย
    ก๊าซ เรดอนเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อของปอด การได้รับสารกัมมันตภาพรังสีจากก๊าซเรดอนติดต่อกันนานกว่า 20-30 ปี จะทำให้เกิดเป็นมะเร็งที่ปอดได้
  25. วิธีป้องกันอันตรายจากก๊าซเรดอน
    การ ป้องกันอันตรายจากก๊าซเรดอน ทำได้โดยการไม่สูบบุหรี่ในบ้าน หรือในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้น้อย เปิดหน้าต่างให้มีการถ่ายเทระหว่างอากาศภายในบ้านกับอากาศนอกบ้านทุก ๆ วัน
  26. ปลูกต้นไม้ในห้องช่วยลดมลพิษ
    ปลูกต้นไม้ในห้อง โดยปลูกไม้กระถางผสมถ่านกับดิน ถ่านจะเป็นตัวช่วยดูดซับสารมลพิษและจุลินทรีย์ภายในห้องได้
  27. พิษภัยของฝุ่นฝ้าย
    ฝุ่น ฝ้ายในโรงงานอุตสาหกรรมเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคปอดอักเสบ โดยฝุ่นฝ้ายจะเข้าไปทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกและหัวใจ โปรดป้องกันตนเองจากฝุ่นฝ้ายด้วยการใช้อุปกรณ์ป้องกันในการหายใจ
  28. วิธีใช้น้ำยาทำความสะอาดครัวเรือน
    มี สารเคมีมากกว่า 63 ชนิด ที่ใช้เป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำยาทำความสะอาดครัวเรือน เช่น น้ำยาถูพื้น น้ำยาขัดห้องน้ำ โปรดอ่านคำแนะนำในฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันตัวเองให้พ้นจากพิษภัยอันตราย
  29. เก้าอี้พลาสติกรีไซเคิล
    เก้าอี้ พลาสติกส่วนใหญ่ผลิตขึ้นใหม่จากพลาสติที่ใช้แล้ว เช่น เก้าอี้พลาสติกที่มีขนาดความยาว 6 ฟุต นั้น ทำมาจากถังพลาสติก ที่ใช้บรรจุนมเป็นจำนวนถึง 1050 ใบ
  30. รักษาสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นที่ใกล้ตัว
    ใน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนั้น เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปจนถึงพื้นที่ป่าใหญ่ เพื่อปลูกป่า แต่เราสามารถเริ่มต้นอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายได้ในพื้นที่ใกล้บ้าน เราเอง
  31. พืชท้องถิ่นมีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม
    พืช ดั้งเดิมของท้องถิ่นมีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยา และมีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและดินมากกว่าพืชที่นำเข้ามาจากที่อื่น ๆ ดังนั้น เราจึงควรต้องช่วยกันป้องกันและอนุรักษ์พืชท้องถิ่นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์
  32. รถยนต์ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์
    ทุก ๆ ปี รถยนต์คันหนึ่ง ๆ จะผลิต ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ออกมาสู่บรรยากาศโลกได้ในปริมาณที่มีน้ำหนักเท่ากับตัวรถเอง
  33. น้ำมันก๊าซโซลีนเผาไหม้เกิดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์
    ทุก ๆ แกลลอน ของก๊าซโซลีนในรถยนต์ที่ถูกเผาไหม้จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวนถึง 9000 กรัม กระจายขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลก
  34. ปรากฏการณ์เรือนกระจก
    การ เผาไหม้เชื้อเพลิง จากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด ภาวะปรากฏการณ์เรือนกระจกขึ้น หากสามารถเปลี่ยนไปใช้พลังงานจากแหล่งอื่น เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ก็จะช่วยลดอุณหภูมิความร้อนที่เกิดขึ้นกับโลกได้
  35. ผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์
    ผลิตภัณฑ์ ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่แพร่หลายมากที่สุด คือ เครื่องคิดเลขที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งในแต่ละปี ผลิตออกจำหน่ายถึงกว่า 2,000,000 เครื่อง
  36. การลดการใช้สำคัญกว่าการผลิตใช้ใหม่
    การ นำของที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่ อาจไม่ใช่การแก้ปัญหาที่สำคัญเพราะความสำคัญไม่ได้อยู่ที่วิธีการนำพลาสติก ที่ใช้แล้วกลับมาผลิตใช้ใหม่ได้อีก แต่สำคัญตรงที่เราควรจะหาวิธีลดการใช้พลาสติกให้น้อยลงต่างหาก
  37. ผักปลอดสารพิษ
    เมื่อ ใดก็ตามที่ได้ลงมือทำสวนครัวด้วยตนเอง เมื่อนั้นเราจึงจะเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอนว่า เรากำลังมีโอกาสได้กินพืชผักที่ปลอดจากยาฆ่าแมลงแล้วจริง ๆ
  38. สวนสาธารณะของเมือง
    สวน สาธารณะนอกจากจะช่วยรักษาพื้นที่สีเขียวแล้ว ยังทำให้มีพื้นที่โล่งว่างขึ้นในท่ามกลางตึกอาคารสิ่งก่อสร้างที่เติบโต อย่างแออัดในเมืองใหญ่ สวนสาธารณะไม่เพียงจะช่วยให้อากาศบริสุทธิ์ แต่ยังเป็นสัญญลักษณ์จากธรรมชาติให้ผู้คนได้ตระหนักว่า เมืองมิใช่เป็นที่ตั้งของถนน อาคารระฟ้า และรถยนต์ เท่านั้น แต่ควรจะเป็นที่อยู่ของธรรมชาติด้วย
  39. ดื่มน้ำสะอาดให้หมดแล้ว
    ดื่ม น้ำสะอาดให้หมดแก้วทุกครั้งอย่าเหลือทิ้ง เพราะน้ำสะอาดมีเหลืออยู่น้อยในโลกนี้ และกระบวนการทำน้ำให้สะอาดก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา
  40. สมุนไพรแก้กลิ่นอับ
    ใน ห้องที่มีกลิ่นอับ ให้ใช้สมุนไพรแห้ง หรือเครื่องหอมจากดอกไม้แห้ง ห่อด้วยเศษผ้าที่โปร่งบางแขวนไว้ในห้องที่มีกลิ่นอับ จะช่วยให้ห้องหายจากกลิ่นอับได้
  41. ปิดเตาอบก่อนอาหารสุก
    ทุก ครั้งที่ปรุงอาหารด้วยเตาอบ ให้ปิดเตาอบก่อนอาหารสุกประมาณ 2-3 นาที เพราะความร้อนในเตาอบจะยังคงมีอยู่อย่างเพียงพอที่จะทำให้อาหารสุก
  42. วิธีดูแลรักษาพรม
    ดูแล รักษาพรมที่ปูพื้นให้สะอาดด้วยการดูดฝุ่น อย่างสม่ำเสมอ และในการกำจัดกลิ่นพรม ก็จะต้องใช้ผงเบกกิ้งโซดา (Baking Soda) โรยให้ทั่วพื้นพรม แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงทำการดูดฝุ่น จะทำให้พรมปลอดจากกลิ่นได้
  43. การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์
    การ ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ ทำได้ด้วยวิธีง่าย ๆ โดยใช้ผ้าบาง ๆ ชุบน้ำผสมสบู่ บิดให้หมาดแล้วใช้เช็ดถูเฟอร์นิเจอร์ จากนั้นใช้ผ้าแห้งซ้ำอีกครั้ง
  44. กระดาษใช้แล้วนำมาผลิตใช้ใหม่
    การนำกระดาษที่ใช้แล้ว กลับมาผลิตใช้ใหม่ ในจำนวนทุก ๆ 1 ตันนั้น เป็นการช่วยอนุรักษ์ต้นไม้ได้ถึง 17 ต้น
  45. หมั่นปัดฝุ่นจากหลอดไฟ
    ให้ หมั่นปัดฝุ่นจากหลอดไฟเสมอ ๆ เพราะฝุ่นและความสกปรกบนส่วนที่เป็นแก้ว จะลดความสว่างของแสงที่ส่องจากหลอดไฟ ลงไปถึง 33 เปอร์เซ็นต์ทำให้แสงจากหลอดไฟไม่สว่างเท่าที่ควร
  46. คุณค่าของต้นไม้ที่มีอายุกว่า 50 ปี
    ต้นไม้ ทุกต้นที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป มีคุณค่าในการทำให้อากาศบริสุทธิ์ ควบคุมการกัดเซาะผิวดินและน้ำป่า ปกป้อง คุ้มครองชีวิตของสัตว์ป่าและสามารถควบคุมมลภาวะ ในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง
  47. ต้นไม้ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
    ต้นไม้ที่อยู่ในสภาพสภาวะสมบูรณ์ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศได้ถึง 40 ปอนด์ ในเวลา 1 ปี
  48. พลังงานจากแก้วรีไซเคิล
    พลังงาน ที่ได้จากการนำแก้วที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่ 1 ใบ นั้น เทียบได้เท่ากับพลังงานของหลอดไฟ 60 วัตถ์ ที่ส่องสว่างได้เป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมง
  49. พลังงานจากกระป๋องรีไซเคิล
    พลังงาน ที่ได้จากการนำกระป๋องอลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาผลิตใช้ใหม่ 1 ใบนั้น เทียบเท่าได้กับพลังงานแสงสว่างที่ใช้กับทีวีเป็นเวลานานถึง 3 ชั่วโมง
  50. เวลาที่ควรรดน้ำต้นไม้
    การ รดน้ำต้นไม้ระหว่างเวลา 9 โมงเช้า จนถึง 5 โมงเย็น ปริมาณน้ำที่รดจะสูญเสียไปในการระเหยมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนน้ำที่รด ดังนั้นเวลาที่ควรรดน้ำต้นไม้ที่ดีที่สุด คือ เวลา หลัง 6 โมงเย็น หรือก่อน 9 โมงเช้า
  51. เงาต้นไม้ประหยัดพลังงาน
    เงาของต้นไม้ช่วยลดความต้องการเครื่องปรับอากาศลงได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และในฤดูร้อนต้นไม้จะทำให้เมืองเย็นลงถึง 15 เปอร์เซ็นต์
  52. คุณทำอย่างไรกับใบไม้ที่กวาดแล้ว
    การ เผาเศษใบไม้ทุก ๆ 1 ตัน จะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ถึง 117 ปอนด์ ฝุ่น 41 ปอนด์ และคาร์ซิโนเจน 7 ปอนด์ หรือมากกว่านั้น เศษใบไม้ที่กวาดแล้วควรนำมาทำปุ๋ยหมักหรือสุมไว้โคนต้นไม้ เพื่อให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ย ต่อไป
  53. หลอดไฟฟ้าประหยัดพลังงาน
    การ ใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน 1 หลอด แทนการใช้หลอดไฟฟ้าแบบฟลูออเรสเซนต์ จะช่วยประหยัดพลังงานได้เป็นปริมาณเท่ากับ ถ่านหินหนัก 600 ปอนด์ ตลอดชั่วอายุของหลอดไฟฟ้าตลอดนั้น
  54. วิธีลดมลพิษจากรถยนต์
    วิธี การหนึ่งที่จะช่วยลดมลพิษจากรถยนต์ ก็คือการเพิ่มส่วนผสมของออกซิเจนในน้ำมัน การเพิ่มออกซิเจนในน้ำมันก็เพื่อช่วยลดปริมาณการเกิดของก๊าซคาร์บอน มอนอกไซด์ ให้ลดน้อยลง
  55. ทำอย่างไรกับน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้ว
    น้ำมัน เครื่องที่ใช้แล้วจากรถยนต์ จะก่อมลภาวะให้เกิดกับแหล่งน้ำ และผิวดินได้หากมีการกำจัดที่ไม่เหมาะสม ทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ให้ถ่ายเทน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วลงในภาชนะที่ปิดฝา แล้วส่งคืนให้กับสถานีบริการ
  56. มลพิษจากเตาแก๊ส
    แหล่ง มลพิษของอากาศในบ้านที่สำคัญ ก็คือ เตาแก๊สในห้องครัวที่ไม่มีช่องหรือระบบระบายอากาศ จะเป็นแหล่งสะสมของก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากเตาแก๊ส สารมลพิษในห้องครัวจะลดลงได้ด้วยการระบายอากาศที่ดี
  57. วิธีปลูกต้นไม้ในอาคาร
    การ ปลูกต้นไม้ไว้ในอาคาร วิธีการที่เหมาะสมคือ การปลูกลงในกระถางที่ผสมถ่านกับดินไว้ด้วยกัน ถ่านจะเป็นตัวช่วยดูดซับสารมลพิษ และจุลินทรีย์ได้
  58. ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ
    ในอาคารที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จะต้องทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศบ่อย ๆ และไม่ควรใช้ยากำจัดกลิ่นหรือแอร์เฟรชเชอเนอร์
  59. ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน
    ทุก ครั้งก่อนจะเข้าบ้าน ต้องถอดรองเท้าไว้ที่หน้าประตูบ้าน จะต้องไม่ใส่รองเท้าเข้าบ้าน เพราะพื้นรองเท้าเป็นที่รวมของสารพิษทั้งหลาย ที่เราไปเหยียบย่ำมาจากที่ต่าง ๆ
  60. ส่วนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
    โดย ส่วนความสมดุลย์ของธรรมชาติ จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อยู่เป็นประมาณ 0.03% ของบรรยากาศ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทำหน้าที่ดูดซับพลังงานจากดวงอาทิตย์ไว้ ทำให้โลกมีความอบอุ่นที่พอเหมาะ
  61. ทำไมโลกจึงร้อนขึ้น
    กิจกรรม ทั้งหลายของมนุษย์ได้เป็นสาเหตุของการเพิ่มความร้อนให้กับโลก ได้แก่ การเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง การเผาป่าเขตร้อนของโลก ได้ทำให้ปริมาณของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ในบรรยากาศ โลกจึงร้อนขึ้น
  62. วิธีหยุดความร้อนให้กับโลก
    เรา สามารถหยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการลดการใช้พลังงานที่ก่อให้เกิดความร้อนให้น้อยลง และต้องหยุดการเผาทำลายป่าลงให้ได้ ณ ทุกหนทุกแห่งของพื้นพิภพนี้
  63. ปลูกป่าเพื่อให้โลกร่มเย็น
    เพื่อ ให้โลกเย็นลง เราทุกคนจะต้องช่วยกันปลูกป่าคลุมพื้นที่ว่างเปล่าให้ได้มากที่สุด เพราะป่าเป็นแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดีที่สุดของโลก
  64. สารอันตรายในถ่านอัลคาไลน์
    ถ่าน อัลคาไลน์เป็นถ่านที่ใช้ใส่กล้องถ่ายรูป ไฟฉาย นาฬิกา เครื่องคิดเลขที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งจัดเป็นของเสียที่เป็น อันตรายเพราะมีส่วนประกอบของสารอันตราย ได้แก่ แมงกานีส สังกะสี และปรอท
  65. การเลือกใช้ถ่านแคดเมี่ยมแทนถ่านอัลคาไลน์
    ควร เลือกใช้ถ่านแคดเมี่ยมแทนการใช้ถ่านอัลคาไลน์ เพราะถ่านแคดเมี่ยมเมื่อใช้หมดแล้วสามารถนำมาชาร์ตไฟใหม่ใช้ได้อีก ในขณะที่ถ่านอัลคาไลน์ใช้ได้เพียงครั้งเดียวก็ต้องทิ้ง
  66. อ่านคำอธิบายก่อนใช้
    ก่อน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารเคมีอันตราย ควรอ่านคำอธิบายให้เข้าใจก่อนใช้ทุกครั้ง และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต ของตัวเอง
  67. การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง
    ทุก ครั้งที่เลือกซื้ออาหารกระป๋อง จะต้องตรวจหาวันหมดอายุที่บอกไว้บนภาชนะบรรจุสินค้านั้น ๆ และควรซื้ออาหารกระป๋องที่ยังไม่หมดอายุเท่านั้น
  68. อันตรายจากอาหารกระป๋องที่หมดอายุ
    อย่า ซื้ออาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้ว เพราะอาหารกระป๋องที่หมดอายุแล้วจะเป็นสาเหตุของพิษภัยอันตรายต่อร่างกาย เช่น มะเร็งที่ตับ โปรดระมัดระวังทุกครั้งที่ซื้ออาหารกระป๋อง เพราะที่หมดอายุแล้ว มักถูกนำมาลดราคาให้ถูกนำชวนซื้อ
  69. แอมโมเนียในน้ำยาซักล้าง
    ใน น้ำยาซักล้างทุก ๆ ชนิด เช่น น้ำยาล้างกระจก น้ำยาย้อมผม น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ จะมีส่วนประกอบของแอมโมเนียอยู่ด้วย โปรดใช้อย่างระมัดระวังทุกครั้ง เพราะแอมโมเนียมีผลโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ
  70. สารฟอร์มาลดีไฮด์
    ใน ไม้อัด เสื้อผ้าใหม่ ๆ และน้ำยาล้างเล็บ จะมีสารฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นสารประกอบอยู่ด้วย สารฟอร์มาลดีไฮด์จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ฉะนั้นโปรดระมัดระวังทุกครั้งที่ใช้
  71. บรรจุภัณฑ์ถนอมอาหาร
    มี อาหารไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ที่ต้องอาศัยบรรจุภัณฑ์ ที่ช่วยในการถนอมอาหารเพื่อรักษาความกรอบของอาหารบรรจุภัณฑ์จึงเป็นสิ่งจำ เป็นสำหรับการห่อหุ้มอาหาร
  72. บรรจุภัณฑ์ที่ฟุ่มเฟือย
    ปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ได้ถูกนำมาใช้อย่างฟุ่มเฟือยจนเกินความจำเป็น และได้กลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล ฉะนั้นโปรดช่วยกันลดขยะจากบรรจุภัณฑ์ด้วยการไม่ซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ ฟุ่มเฟือย เกินความจำเป็น
  73. ผลิตภัณฑ์เข้มข้นช่วยลดขยะบรรจุภัณฑ์ได้
    ผลิตภัณฑ์บางชนิดที่พัฒนาการผลิตให้เข้มข้น ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำไปเจือจางก่อนใช้เป็นการช่วยลดปริมาณขยะจากบรรจุภัณฑ์ได้
  74. ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษแทนการใช้พลาสติกและโฟม
    ปัจจุบันมีการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกระดาษ เพื่อใช้บรรจุอาหารแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกและโฟม เช่น กล่องบรรจุน้ำผลไม้ นม เป็นต้น
  75. บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้
    ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในภาชนะที่สามารถนำกลับไปผลิตใช้ได้ใหม่ ดีกว่าบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง
  76. ควรเลือกซื้อสินค้าที่บรรจุกระป๋องอลูมิเนียมและแก้ว
    ควร เลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในกระป๋องอลูมิเนียมหรือแก้ว แทนสินค้าที่บรรจุในภาชนะพลาสติกและโฟม เพราะอลูมิเนียมและแก้วสามารถนำกลับไปผลิตใช้ได้ใหม่อีก
  77. การเลือกซื้อ
    ไม่ควรเลือกซื้อสินค้าที่ถูกบรรจุหรือหุ่มหุ้มด้วยบรรจุภัณฑ์ ที่ฟุ่มเฟือยมากเกินไป
  78. ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเข้มข้น
    ควรซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดเข้มข้นแล้วนำไปเจือจางเอง โดยการเติมน้ำก่อนใช้เป็นการประหยัดภาชนะบรรจุได้
  79. ซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็น
    ควรเลือกซื้อสินค้าเท่าที่ต้องการและใช้ให้หมด
  80. สินค้าปลอดสารพิษ
    ควรเลือกซื้อสินค้าที่ปลอดสารพิษเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและสุขภาพร่างกายของตัวท่านเอง
  81. คุณสมบัติของสารละลาย
    สาร ละลายเป็นสารที่มีคุณสมบัติในการละลายวัตถุอื่น ๆ โดยปรกติแล้วสารละลายนี้จะอยู่ในรูปของเหลว เช่น ผสมอยู่ในทินเนอร์ที่ใช้ผสมสีและอยู่ในแลคเกอร์
  82. วิธีป้องกันอันตรายจากสารละลาย
    ส่วนประกอบของสารเคมีในสารละลาย เป็นอันตรายโดยตรงต่อดวงตา ผิวหนังและปอด
    ทุกครั้งที่ต้องใช้สารละลายควรจะต้องแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว สวมถุงมือ ใส่แว่นตา และใช้สารละลายในที่ที่เปิดโล่งเท่านั้น
  83. ในห้องปรับอากาศควรระบายอากาศ
    ในห้องปรับอากาศควรเปิดหน้าต่างให้อากาศระบายได้ในบางช่วง และควรเปิดพัดลมดูดอากาศด้วยทุกครั้งที่เปิดแอร์
  84. ผลิตภัณฑ์อันตรายไม่ควรทิ้งลงแม่น้ำ
    ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นอันตรายได้แก่ผลิตภัณฑ์ที่ติดไฟ น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำยาละลายสี ผลิตภัณฑ์ที่เป็นกรด น้ำยาทำความสะอาด ผลิตภัณฑ์ที่เป็นพิษ เช่น ยากำจัดศัตรูพืช เมื่อใช้แล้วต้องมีวิธีกำจัดที่ถูกต้องและต้องไม่ทิ้งลงแม่น้ำ
  85. สารอันตรายไดออกซิน
    สาร พิษที่มีอันตรายมากที่สุดที่เป็นส่วนประกอบของยาฆ่าแมลงคือ ไดออกซิน ไดออกซินแม้เพียงจำนวนเล็กน้อย ก็เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ จึงไม่ควรใช้ยากำจัดศัตรูพืชที่มีส่วนผสมของไดออกซิน
  86. อันตรายจากเบนซิน
    เบนซินเป็นตัวทำละลายที่มีพิษต่อร่างกายที่รุนแรงที่สุด คือ เป็นต้นเหตุของการป่วยเป็นโรคลูคีเมียและทำลายไขกระดูก
  87. ช่วยกันปลูกต้นไม้อีก 5 เท่าจึงจะเพียงพอ
    ใน ปริมาณการใช้ไม้และจำนวนพื้นที่ป่าไม้ที่ลดลง ในปัจจุบันนั้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกต้นไม้โตเร็วมากกว่าที่ปลูกอยู่ใน ปัจจุบันมากถึง 5 เท่า จึงจะเพียงพอกับการใช้ประโยชน์ในอนาคต
  88. ไฮโดรเจนคือพลังงานทดแทน
    ไฮโดรเจน เป็นพลังงานทดแทนที่ได้มาจากการแยกละลายสาร เช่น ไฟฟ้าจากน้ำ ไฮโดรเจนจัดเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศด้วย
  89. รถยนต์พลังงานไฟฟ้า
    โลก ได้ผลิตรถยนต์ชนิดใหม่เพื่อลดมลพิษให้กับท้องถนน รถยนต์ที่ผลิตขึ้นใหม่นี้ขับเคลื่อนโดยขบวนการเปลี่ยนไฮโดรเจนเหลว ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ต้องผ่านขบวนการเผาไหม้
  90. ลักษณะของรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลว
    รถ ยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวนี้มีลักษณะเดียวกับรถไฟฟ้า แต่แตกต่างกันตรงที่มีถังเก็บไฮโดรเจนเหลวแทนแบตเตอรี่ ปัจจุบันพลังงานไฮโดรเจนเหลวกำลังได้รับการพัฒนารูปแบบเพื่อที่จะนำมาใช้บน ท้องถนนแล้ว
  91. รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวไม่ก่อมลพิษ
    รถยนต์พลังงานไฮโดรเจนเหลวไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อม เพราะไฮโดรเจนเหลวที่ใช้กับตัวรถได้มาจากแหล่งที่สะอาด
  92. หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์
    หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอดไฟฟ้าที่สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 75% และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าหลอดแบบขดลวดถึง 10 เท่า
  93. วิธีลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับโลก
    หาก เราเผาถ่านให้น้อยลงและเผาพลาญน้ำมันให้น้อยลง ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกขึ้นกับโลกก็จะลดน้อยลง
  94. ขยะกระดาษ
    ทุก ๆ อาทิตย์เราทิ้งกระดาษลงตระกร้าขยะมากถึง 1,000 ตัน แต่มีเพียงไม่ถึงร้อยละ 10 ที่กระดาษเหล่านั้นถูกนำกลับมาผลิตใช้ได้ใหม่อีก
  95. อันตรายจากสีทาบ้าน
    ใน สีน้ำมันที่ใช้ทาบ้านนั้นมีส่วนประกอบของแคดเมี่ยมและไททาเนี่ยมออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอนซึ่งเป็นสารที่มีอันตราย ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารอันตรายควรใช้สีน้ำในการทาสีบ้าน
  96. การเติมลมยางรถช่วยประหยัดน้ำมัน
    ใน การบำรุงรักษารถ การเติมยางรถที่พอดีจะช่วยในการประหยัดน้ำมันได้ การเติมลมยางรถถ้าเติมอ่อนเกินไปจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 5 ตามการหมุนรอบของวงล้อที่เพิ่มขึ้น
  97. เติมลมยางรถช่วยยืดอายุยางรถยนต์
    การ เติมลมยางรถยนต์ที่พอเหมาะพอดียังช่วยยืดอายุการใช้งาน ช่วยป้องกันไม่ให้ยางรถยนต์ฉีกขาดได้ง่ายจากสาเหตุที่เติมลมอ่อนหรือแข็ง เกินไปอีกด้วย
  98. เตาไมโครเวฟประหยัดไฟกว่าเตาอบ
    การใช้เตาไมโครเวฟ จะช่วยประหยัดพลังงานจากไฟฟ้ามากกว่าเตาอบถึง 1-2 เท่า
  99. ถ่านไฟฉายที่ชาร์ตไฟใหม่ได้ประหยัดกว่าถ่านไฟฉายธรรมดา
    ถ่าน ไฟฉายที่ชาร์ตไฟได้ใหม่นั้นแม้จะมีส่วนประกอบของแคดเมี่ยม แต่ก็มีอายุการใช้งานได้นานกว่าถ่านไฟฉายแบบธรรมดาถึง 500 เท่า และช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านธรรมดาได้มากที่สุด
  100. อันตรายจากน้ำยาปรับอากาศ
    ในน้ำยาปรับอากาศแอร์รีเฟรชเชอเนอร์นั้น มีส่วนประกอบของสารเคมีประเภทอเทอนอล ไซลีน ซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์



               

                         

         ที่มา: Chiangmai Thailand เชียงใหม่ สาระน่ารู้